มาต่อแล้วจ้า

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่นี่ค่ะ

Intro

ตอน 1

ตอน 2

.

 

25 พ.ค. 2552

By นะโอ

หนีห่าว! หลังจากอคาชามาเล่าเส้นทางวิบากจากคุนหมิงถึงต้าลี่ จรลีมาลี่เจียงให้ฟังไปแล้ว

วันนี้นะโอมาประจำการเล่าOne Day Trip ในลี่เจียงให้ฟังบ้างนะคะ

.

เช้าวันที่ 25 หลังจากนอนหลับสบายกับเตียงนุ่มๆ ที่ Panba Courtyard Guesthouse and Hostel จนเต็มอิ่ม เราก็ทานข้าวเช้าที่สั่งทางโรงแรมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเตรียมตัวไปเที่ยงลี่เจียงกัน แต่ก่อนอื่นต้องเก็บของเช็กเอาท์ เพราะถึงแม้พันบาจะแสนสบาย แต่ก็อยู่ไกลจากลี่เจียงกู่เฉิงอยู่นิดหนึ่ง (อยู่รอบนอกสุดๆ)

Photobucket
ข้าวเช้าที่สั่งไว้
มีหมูผัดพริกหวาน ไข่ผัดมะเขือเทศ (เมนูนี้น่าจะฮิตในยูนาน เพราะได้กินบ่อยเชียว) แล้วก็ซุปรสชาติเค็มๆ
.

แผนวันนี้ของเราคือ เที่ยวรอบนอกเมืองให้หมดแล้วค่อยมาเที่ยวกู่เฉิงตอนเย็น ถ้าขืนต้องลากสังขารเหนื่อยๆ เดินในตรอกมืดๆ อย่างเมื่อคืนก็คงไม่ไหว เราเลยกะว่าไปหา Youth Hostel อื่นที่ใกล้กู่เฉิงกว่านี้อีกหน่อย

หารู้ไม่ว่า...การตัดสินใจออกจากพันบาเช้าวันนี้จะทำให้เราพบความลำบากอีกแบบในคืนที่กำลังจะมาถึง

ความจริงที่พักที่นี่ค่อนข้างสบายมากๆ เมื่อเทียบกับที่พักที่อื่นที่เราจะค้างในคืนต่อไป น้ำไฟพร้อม แถมมีอินเตอร์เนตให้เล่นฟรีอีกต่างหาก ข้อเสียข้อเดียวคือ โลเกชั่นที่ไกลจากกู่เฉิงออกมานิดหนึ่ง + ตรอกตอนกลางคืนมืดมาก แต่ถ้าใครที่มาถึงลี่เจียงช่วงบ่ายๆ เย็นๆ แล้วมีเวลาเดินหน่อยก็ขอแนะนำนะคะ

Photobucket

Panba Courtyard Guesthouse and Hostel

มีทั้งแบบห้องส่วนตัว (50 หยวน/คน อยู่ได้ห้องละ 2 คน) และแบบดอร์ม 4 เตียง (40 หยวน/คน) ลองหารายละเอียดได้ในเวบไซต์ของ YHA (Youth Hostel China)

.

.

7.30 น. คุณหวงลี่ฮัวกับรถเมี่ยนเปาคู่ชีพก็มารับพวกเราตรงตามเวลาที่ตกลงกันไว้เป๊ะ คุณหวงพูดอังกฤษไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นหน้าที่สานต่อบทสนทนาจึงเป็นของปู่ (ซึ่งเปิดตำราไปคุยไป) ตามเคย แต่เท่าที่ดูจากเบาะหลัง คุณหวงก็คุยเก่งพอสมควรเลยล่ะค่ะ

จากที่คุยกันไว้คือ เราจะไปภูเขาอวี๋หลงซาน หรือหิมะมังกรหยกก่อน แล้วค่อยเที่ยวที่อื่นที่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ช่วยกันขนกระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บในรถแล้วก็ออกเดินทางได้ แต่ก่อนอื่นต้องแวะไปซื้อออกซิเจนกระป๋องเผื่อไว้ ที่จริงกะว่าจะไปซื้อออกซิเจนกระป๋องกับเช่าเสื้อกันหนาวในกู่เฉิงตั้งแต่เมื่อวานตอนมาถึงลี่เจียง เพราะหาข้อมูลมาว่าราคาถูกกว่า (แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กัน เมื่อวานแค่หาข้าวใส่ท้องได้ก็ลำบากจนกระเพาะจะเป็นรูอยู่แล้ว)

สุดท้ายเลยต้องให้คุณหวงพาไปซื้อให้เช้านี้ และแน่นอนว่า ได้มาในราคา 40 หยวน (แบบลดแล้วจาก 50 หยวนนะเนี่ย...คนอื่นเขาซื้อกันได้กระป๋องละ 15-20 หยวนเอง) มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ต้องซื้อ เลยกัดฟันสอยมา 2 กระป๋อง แอบเสียดายเงิน มันคือการเสียเงิน 400 บาท เพื่อซื้ออากาศอัดกระป๋องเลยน้า >o<

ตอนหลังถึงได้รู้ว่าออกซิเจน 2 กระป๋องนั้นคุ้มกับทุกบาทที่เสียไปมากๆ

ส่วนเสื้อหนาว คุณหวงบอกว่า แจ็กเก็ตที่พวกเราใส่อยู่ก็พอแล้ว (เป็นเสื้อผ้าร่มกันทุกคน) เลยไม่ต้องเสียเงินเช่าเสื้อ

.

Photobucket

เห็นยอดเขาอยู่ลิบๆ

.

มาถึงด่านทางเข้าภูเขาหิมะมังกรหยก ต้องเสียค่าเข้าอุทยาน 80 หยวน ค่าบำรุงเมืองเก่า 80 หยวน หลังจากนี้ก็ต้องเสียค่าเคเบิลคาร์ 150 หยวน ค่ารถบัสไปจุดขึ้นเคเบิลคาร์อีก 20 หยวน ตกแล้วก็คนละ 230 หยวน (1150 บาท) เหมือนเท่าที่อ่านในหนังสือจะถูกกว่านี้ ไม่แน่ใจว่าเพิ่งขึ้นราคารึเปล่า อย่างที่เขาว่าเลย เที่ยวเมืองจีน ค่ากินอยู่น่ะ ไม่แพงหรอก มาหนักค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวเนี่ยแหละ^^!

แต่ถ้ามีบัตรนักศึกษาก็ได้ส่วนลด ½ ราคานะคะ มีเพื่อนแหม่มคนเดียวที่ค้นบัตรนิสิตเก่าเก็บออกมาจากกระเป๋าตังค์ได้ เลยได้ส่วนลดไป

พนักงานขายตั๋วพยายามจะขายตั๋วแบบเหมา 270 หยวน เที่ยวได้ประมาณ 5-6 ที่ในเขตอุทยาน (ไม่รวมค่าเคเบิลคาร์นะ) แต่เรากะ (ด้วยความงก) ว่ายังไงๆ เวลาวันเดียวคงไปได้ไม่ทั่วแหง เลยซื้อแค่ตั๋วขึ้นอวี๋หลงอย่างเดียว ระหว่างที่เสียเวลาคิดอยู่ รถทัวร์หลากสีหลายขนาดที่บรรจุนักท่องเที่ยวเต็มเพียบก็แล่นผ่านหน้าไป

ว้าก...ขนาดออกเช้าคนยังล้นหลามขนาดนี้

.

.

คุณหวงพาเราไปถึงจุดจอดรถแล้วก็ชี้ทางให้ไปซื้อตั๋วเคเบิลคาร์กับตั๋วรถบัสเพื่อไปขึ้นเคเบิลคาร์อีกที ที่ตั๋วจะมีหมายเลขคิวสำหรับการขึ้นรถบัส คณะเตาะแตะเห็นคนเดินเข้าไปก่อนเยอะแยะก็ชะล่าใจว่ากว่าจะถึงคิวคงอีกยาว เลยแวะถ่ายรูป แต่พอเดินเข้าไป ปรากฏว่าเขาเรียกเลยคิวเราไปซะแล้ว แถมกรุ๊ปทัวร์คนจีนก็อัดแอหน้าประตูทางเข้าจนล้นอีกต่างหาก

ขณะที่กำลังงงก๊ง ฟ้าก็ส่งเทวดาหน้าเหมือนคนขับรถของเรามาให้

คุณหวงคุยกับปู่อยู่ 2-3 ประโยคก็ได้ความว่า แกบังเอิญเจอเพื่อนที่จะมาขึ้นอวี๋หลงที่ด้านหน้า เลยชวนมาขึ้นเขาด้วยกัน หลังจากนั้นก็จัดการไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ที่คุมประตูทางออก จนพวกเรา 4 คน (รวมคุณหวงและคุณเพื่อนเป็น 6) ได้แทรกฝูงชนไปขึ้นรถบัสก่อน ท่ามกลางสายตาฉงนปนหงุดหงิดของทัวร์จีนที่ต่อคิวอยู่ แถมคุณหวงกับเพื่อนเข้าไปแบบไม่ต้องเสียค่าบัตรอีกต่างหาก แกอธิบายทำนอง ‘แค่นี้สบายมากๆ เพื่อนกันๆ’ (หมายถึงคุณเจ้าหน้าที่หน้าประตู)

เราถึงได้รู้ว่า เราได้คนขับรถเส้นก๋วยจั๊บมาแล้ว ^o^

นั่งรถบัสขึ้นเขาไปประมาณ 15 นาที พอๆ กับที่นั่งรถขึ้นดอยสุเทพ ก็มาถึงจุดขึ้นเคเบิลคาร์ค่ะ

Photobucket

แต่อย่าคิดว่าจะได้ขึ้นง่ายๆ นะคะ กระเช้าที่นี่ขึ้นได้ทีละ 6 คน แล้วมนุษย์ที่มาถึงก่อนหน้าเราก็ยังมีอีกมาก ต้องต่อคิวยาวเป็นหางว่าวร่วมๆ ชั่วโมงถึงได้ขึ้นกระเช้าสมใจ จุดที่เริ่มต้นต่อคิว สุดสายไปถึงตรงโน้น...(แถมทบอีก 2 รอบ)

ระหว่างรอมีทีวีให้ดูด้วยค่ะ เป็นทอมแอนด์เจอรี่พากษ์จีน นัยว่าคงอยากให้คนรอไม่หงุดหงิด ดูแล้วก็เพลินๆ ดี

.

.

ถึงคิวเราขึ้นกระเช้าแล้วค่า ตัวกระเช้ามี 2 ด้านค่ะ ด้านหน้าหันขึ้นเขา ส่วนด้านหลังจะเห็นทิวทัศน์ด้านล่าง ถ้าใครกลัวจะหวาดเสียวก็นั่งด้านหน้านะคะ

พอกระเช้าค่อยๆ สูงขึ้นๆ วิวรอบตัวก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหมอกสีขาว เหมือนในหนังเรื่อง The Mist (เพียงแต่ที่โผล่ออกมาเป็นกระเช้า ไม่ใช่สัตว์ประหลาด)

เหลือบเห็นยอดเขาเล็กๆ ทางด้านข้างถึงได้รู้ว่า ไอ้ขาวๆ เนี่ยมันไม่ใช่หมอกเน้อ มันเป็น…เมฆ...เลยล่ะ

 

Photobucket

ดีใจ~วันนี้ได้ขี่กระเช้าทะลุฟ้า

.

จุดสิ้นสุดของกระเช้าคือที่ความสูง 4506 เมตรค่ะ บริเวณนี้จะมีร้านอาหาร ร้านขายเหรียญที่ระลึก แล้วก็หน่วยแพทย์ฉุกเฉินสำหรับคนที่มีอาการแพ้ที่สูง (Attitude Sickness) แต่นี่ยังไม่ใช่จุดที่สูงที่สุดที่เราขึ้นไปได้นะคะ

Photobucket

 ลองมองบันไดยาวเหยียดเป็นเส้นสีดำๆ ทางด้านซ้ายของภาพ เราต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 100 กว่าเมตร (ตามความสูง) ถึงจะถึงจุดสูงสุดนั่นแหละค่ะ

100 เมตรบนพื้นราบก็สบายๆ แต่ถ้าเป็นทางชัน + บนความสูง 4500 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเลเนี่ย...เป็นนรกบนฟ้าสำหรับใครบางคนเลยล่ะค่ะ ทายซิว่าใครเอ่ย...?

.

.

Photobucket

เฉลย...โอคุงเองแหละ ToT

ไม่เคยคิดว่าคนที่ไปฟิตเนสวันเว้นวันอย่างเราจะออกอาการ Attitude Sickness ก่อนใครเพื่อน ตอนออกเดินก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ไปได้ไม่กี่เมตร ก็เริ่มเหนื่อย ไม่ได้หายใจไม่ทันแต่หน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม เรี่ยวแรงหายไปเสียเฉยๆ ต้องประเดิมออกซิเจนกระป๋องเป็นรายแรก สูดไป 2 ฟืดค่อยมีแรง ดาววิบๆ ในตาหายไป

.

Photobucket

เข้าใจแล้วว่าทำไมที่นี่ถึงเรียกว่าออกซิเจน หยางซี่ (survive)

สูดแล้วเหมือนจะรอดตายจริงๆ

.

แต่ดีได้แค่ 2-3 นาที อาการวูบก็กลับมาอีก

 Photobucket

เดินไป พักไป สูดไป ก้าวที่เดินได้ก็ค่อยๆ ลดลงๆ จาก 20 ก้าว เหลือ 10 ก้าว ก่อนจะเหลือ 5 ก้าว

ช่วง 50 เมตรสุดท้ายนี่แทบจะต้องใช้คำว่า ‘ตะกาย’ กัดฟันไปให้ถึงเลยล่ะ

.

.

Photobucket

คนที่มีอาการรองลงมาคืออคาชา แต่ยังไม่เท่าพี่มันค่ะ

ส่วนอีก 2 คนเพื่อนแหม่มกับตาปู่นั้นสุดฟิต ไม่ต้องใช้ออกซิเจนสักฟืดเดียว ขออย่างนี้มันไม่ได้อยู่ที่อายุ เพศ หรือความแข็งแรงของร่างกายเลยจริงๆ (ยังสงสัยว่า มันขึ้นอยู่กับอะไร) เพราะตอนขาลง เห็นผู้ชายคนหนึ่งนอนสลบอยู่บนพื้นทางเดิน มีหมอกำลังช่วยกันปฐมพยาบาล อันนี้หนักกว่าเราอีกค่ะ

.

Photobucket

เพื่อนแหม่มเล่นหิมะ หน้าร้อนแล้ว หิมะบนยอดเขาเหลืออยู่จึ๋งเดียว แถมเป็นสีดำๆ

.

.

Photobucket

ปู่ที่สุดท้ายก็ต้องสะพายกล้องสองตัว แถมประคองผู้หญิงอีกคน

ใครแซวว่าทริปนี้เป็นทริปฮันนีมูน ขอแก้...มันน่าจะเหมาะกับคำว่า ‘คู่ทุกข์คู่ยาก’ มากกว่าค่ะ

(วันต่อๆ ไปตาปู่ยังลำบากกว่านี้อีกเยอะ)

.

 

ในที่สุด มาถึงจุดสูงสุด 4680 เมตรจ้า

 Photobucket

เสื้อหนาวสีแดงอย่างที่เขาให้เช่าก็น่ารักดีนะ เหมือนเพนกวินเลย

.

.

Photobucket

ปู่เต๊ะท่าหน้าจุดบูชาเทพเจ้าแห่งขุนเขา

.

.

กินก็จะกิน ออกซิเจนก็จะสูด

Photobucket

(ระหว่างทางเดินมีของกิน + ออกซิเจนกระป๋องขายด้วย ราคาของกินก็แพงกว่าข้างล่างตามค่าแบกขึ้นมา แต่ออกซิเจน 40 หยวนเท่ากันค่ะ ที่จริงได้ทานอะไรเข้าไปหน่อยก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นนะคะ (โดยเฉพาะพวกของหวานหรือช็อกโกแลต)

.

.

Photobucket

มีบางช่วงทางเดินชำรุด ก็ต้องลุยหินกันไป แต่แค่สั้นๆ ค่ะ

.

ใช้เวลาตะกายฟ้าอยู่ร่วม 2 ชั่วโมง พวกเราก็กลับมา พอถึงข้างล่าง

ก่อนจะไปที่อื่นต่อก็ต้องแวะทำภารกิจสำคัญนั่นคือ...

Photobucket

สำรวจส้วม (ฮา)

 

ส้วมที่อวี๋หลงสะอาดใช้ได้ + มีประตูค่ะ คิดว่าคงเพราะต้องรองรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่นี่หมายถึงส้วมตรงจุดขึ้นเคเบิลคาร์นะ เพราะส้วมบนยอดเขาก็กลิ่นน่าดูชมอยู่เหมือนกัน (ได้กลิ่นจากระยะ 5-6 เมตรเลยไม่เข้า)

ระหว่างที่รอทุกคนเข้าห้องน้ำ คุณหวงก็ชวนคุย แต่ต้องคุยกันด้วยภาษาใบ้เพราะปู่ไม่อยู่ ถึงอย่างนั้นโอคุงก็ยังสามารถเล่าเรื่องที่ตัวเองแพ้ที่สูงจนเกือบแย่ กับคุณหวงเล่าว่า ยอดเขาเนี้ย แกเคย ‘เดิน’ ขึ้นไปด้วยนะ ใช้เวลา 6...

“6 วันเหรอ”

“เปล่า...6 ชั่วโมง”

O[]O....แค่ 100 เมตรข้างบนอิชั้นก็ไม่ไหวแล้ว คุณหวงเล่นขึ้น 4000 กว่าเมตรใน 6 ชั่วโมง

Photobucket

คุณหวงผู้พิชิต 4000 เมตร (และเจ้าของตำแหน่งคนขับเส้นก๋วยจั๊บ)

.

.

พอนั่งรถบัสลงเขามาถึงจุดที่ซื้อตั๋ว คุณหวงก็อธิบายกับปู่ประมาณว่า เดี๋ยวจะมีรถไปไป๋สุ่ยเหอ สถานที่เที่ยวอีกที่ในอุทยานเดียวกัน (ไม่เสียค่าเข้า) แต่พวกเราขอหาอะไรใส่ท้องก่อนเพราะเที่ยงพอดี

ที่จริงยังไม่ค่อยหิวหรอก แต่ประสบการณ์เมื่อวานมันเตือนว่า เมื่อถึงเวลากินก็ควรจะกิน ไม่งั้นจะแย่เอา

คุณหวงทำหน้าลำบากใจนิดหน่อย บอกว่า ออกไปกินข้างนอกไม่ได้หรอก มันไกล มีแต่โรงอาหารในนี้ แต่ของแพงหน่อยนะ พวกเราโบกมือว่า ไม่เป็นไรๆ เอาให้กินง่ายๆ แล้วก็เลยพากันเดินเข้าไปในจุดที่เป็นโรงอาหาร มีอาหารขายอยู่หลายชนิด แต่ไม่เข้าตากรรมการสักอย่าง ราคาแพงด้วย

สุดท้ายมาจบที่…

มาม่าคัพเมืองจีน ขายอยู่ในมินิมาร์ท ถ้วยละ 8 หยวน (40 บาท)

ซื้อแล้วคนขายบริการเติมน้ำร้อนให้ด้วย สาวๆ 3 คนกินรสซุปไก่ ออกมาจืดๆ เค็มๆ เหมือนกับข้าวที่กินมา 3 มื้อ ส่วนของปู่เป็นรสพริกแต่ก็เผ็ดพริกไทยเสียมากกว่า (ต้มยำกุ้งน้ำข้นบ้านเราอร่อยกว่าชัวร์ค่ะ)

.

เติมอาหารใส่ท้องแล้วก็พร้อมจะขึ้นรถบัสไปไป๋สุ่ยเหอล่ะ นั่งรถไปประมาณ 5-6 นาทีก็ถึงแล้ว

 

 ไป๋สุ่ยเหอ (ธารน้ำขาว) เป็นธารน้ำขนาดใหญ่ที่บางจุดจะกลายเป็นชั้นหินปูนลดหลั่นกันเหมือนน้ำตกค่ะ

.

Photobucket

ความจริงมันเป็น ‘ของทำเทียม’ ที่เลียนแบบมาจากไป๋สุ่ยถาย หรือธารน้ำตกหินปูนซึ่งอยู่ระหว่างเมืองจงเตี้ยน (แชงกริลา) กับเต๋อชิง เท่าที่ดูจากรูปถ่าย ของจริงจะอลังการกว่านี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไป๋สุ่ยเหอที่รัฐบาลจีนทำไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่ลี่เจียงเนี่ย สวยมากๆ เลยแหละ ยิ่งพอมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยกยิ่งเข้ากันเข้าไปใหญ่ น้ำใสจนเห็นพื้นข้างล่าง แถมเย็นเจี๊ยบเชียว

.

.

Photobucket

ได้เห็นจามรีในระยะใกล้ก็ที่นี่แหละ เพราะเขามีบริการให้เช่าขี่จามรีถ่ายรูป

ไม่รู้เพราะต้องทำหน้าที่ ‘นายแบบนางแบบ’ รึเปล่า จามรีที่นี่เลยตัวอวบกำลังดี ขนยาวสวย แถมบางตัวมีขนสีขาวสลับดำอีกต่างหาก (จามรีตามข้างทางวันหลังๆ ส่วนใหญ่จะตัวดำๆ ล่ำๆ ถึกๆ) แต่ทุกหน้าหน้าตาเบื่อโลกสุดๆ อารมณ์ถ้าพูดได้มันคงถามแล้วว่า

‘เอาพวกหนูมายืนแช่น้ำเย็นๆ ทุกวันทำไมเคอะ’

.

ถ่ายรูปเล่นกันอยู่พักหนึ่งแล้วก็ขึ้นรถบัสกลับมาจุดจอดรถ (คุณหวงพาเราแซงคิวกรุ๊ปทัวร์ที่รอขึ้นรถบัสอยู่ก่อนอีกแล้ว ^^!)

หลังจากมาถึงรถก็คุยกันว่าจะเอายังไงต่อ

ที่จริงข้อมูลเที่ยวลี่เจียงพวกเราเตรียมมาแบบคร่าวสุดๆ ด้วยความที่วางใจว่ายังไงก็เมืองท่องเที่ยว แถมมีคนขับรถ แต่พอเจอค่าตั๋วเข้าก็เลยหาที่ไปไม่ถูก

ตอนแรกกะว่าจะไปวัดเฟยหลินหรือวัดดอกคามีเลีย แต่คุณหวงบอกว่ามันไกลไป

สุดท้ายเลยบอกว่า งั้นไปสระมังกรดำ แล้วก็ไปส่งพวกเราที่กู่เฉิงละกัน พรุ่งนี้ค่อยมารับเราไปเที่ยวโตรกเสือกระโจน

คุณหวงถามต่อว่า 'แล้วคืนนี้จะพักที่ไหน จะได้นัดจุดมารับให้ถูก'

เราก็เลยหยิบคัมภีร์เดินทางที่แปะรายละเอียดพวก Youth Hostel ในลี่เจียงไว้ 2-3 ที่ คุณหวงดูแผนที่แล้วก็บอกว่า พวกนี้มันไกลนา กว่าจะเดินออกมาถึงด้านหน้าได้ก็เหนื่อยเลย (ในกู่เฉิงห้ามรถเข้าค่ะ ต้องจอดรถแล้วเดินเอา) เขารู้จักเกสเฮาส์ในกู่เฉิงที่อยู่ใกล้ที่จอดรถ ราคาถูกแถมสบายเหมือนที่พันบาที่เราเพิ่งออกมาเลย เดี๋ยวพาไปดูแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้

ด้วยความเกรงใจประสาคนไทย (ยังไงวันนี้แกก็ช่วยพาลัดคิวตั้งหลายรอบ) เลยแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ไปดูก่อนละกัน (เดี๋ยวก็รู้)

ไม่รู้เป็นเพราะเราโอเคกับเรื่องที่พักรึเปล่า คุณหวงขับรถไปเรื่อยๆ แล้วก็ชวนว่า

‘ไปเที่ยวอีกที่หนึ่งไหม รับรองว่าดี เชื่อเขาเถอะ’

อืม..เชื่อกันมาขนาดนี้ เชื่อไปอีกหน่อยก็ได้ โอเค ไปไหนไปกัน

(แม้ว่าตอนนั้นจะแอบหวั่นใจว่า แกจะพาไปไกลเพื่อคิดค่ารถเพิ่มรึเปล่าว้า)

.

.

คุณหวงขับรถตัดลานกว้างตามถนนมาเรื่อยๆ จนเข้าเขตหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง จอดรถแล้วก็พาเราลงเดินเข้าหมู่บ้าน โดยแนะนำว่า

Photobucket

“ซู่เหอกู่เฉิง”

อ๋อ...โธ่เอ๋ย นึกหวั่นอยู่ตั้งนานว่าพามาที่ไหน ที่แท้ก็เมืองเก่า (กว่า) ของลี่เจียง ซู่เหอกู่เฉิง นี่เอง

 ที่จริงเราเคยอ่านข้อมูลของเมืองนี้ในหนังสือนำเที่ยวมาแล้ว แต่ตัดออกจากรายการเพราะมันไกลออกมาจากตัวเมือง และที่เที่ยวอื่นๆ โชคดีที่คุณหวงพามาเองโดยไม่ต้องขอ

Photobucket

ที่สำคัญความจริงซู่เหอกู่เฉิงต้องเสียค่าเข้า 50 หยวน / คน แต่คุณหวงเหมือนจะรู้ว่า ไอ้เด็กพวกนี้มันจนและงก (จากที่มันไม่ยอมจ่ายค่าตั๋วแบบเหมา กับกินมาม่าแทนข้าวกลางวัน) เลยพามาเข้าทางลัด พวกเราเลยเดินปร๋อเข้าซู่เหอโดยไม่ต้องเสียสักหยวน อิอิอิ

Photobucket

ลี่เจียงกู่เฉิงเป็นเมืองเก่าที่มีอายุ 400 ปี แต่ซู่เหอกู่เฉิงมีอายุเก่าแก่กว่าพันปี ตั้งแต่สมัยชนเผ่าหน่าซี ชนเผ่าใหญ่ของเมืองลี่เจียงอพยพมาจากเสฉวนโน่นแน่ะค่ะ น่าปลื้มใจที่ยังรักษาเอาไว้ได้อย่างดี

.

.

Photobucket

แผงขายของที่ระลึกที่อคาชาประเดิมช็อปตั้งแต่เข้าหมู่บ้าน

ของฝากที่นี่มีให้เลือกน้อยกว่าที่ลี่เจียงกู่เฉิง แต่ก็ถูกกว่า + ต่อราคาได้มากกว่าค่ะ อย่าพวงกุญแจที่อคาชาจับอยู่ บอกราคาขายอันละ 5 หยวน (25 บาท) ปู่ช่วยต่อไปต่อมาเหลือซื้อ 10 อัน อันละ 3 หยวน (ที่ลี่เจียงกู่เฉิงลองถามราคาแล้ว ลดได้สุดๆ ก็ 3 อัน 10 หยวน ตกอันละ 3.5 หยวน บางร้านขายอันละ 10 หยวนด้วยซ้ำ)

.

.

 เดินไปเจอะแผงขายผักผลไม้ ดูสดๆ อิ่มๆ ทั้งนั้น ขอลองสตรอเบอรี่หน่อย

Photobucket

ซื้อมาตะกร้าเล็ก 10 หยวน แผงตั้งอยู่ริมคลองเล็กๆ ด้านหลัง

พอจ่ายตังค์เสร็จเจ้คนขายก็หันไปตักน้ำในคลองนั่นแหละล้างสตรอเบอรี่ก่อนใส่ถุงให้เรา ถ้าเป็นเมืองไทยคงกรี๋ดลั่นไปแล้ว แต่คลองที่ซู่เหอ (รวมถึงธารน้ำส่วนใหญ่ที่เห็นในแถบยูนาน) น้ำใสและสะอาดมากๆ ค่ะ ไปไหนก็มีแต่คลอง ล้างขึ้นมาแล้วสตรอเบอรี่เย็นเจี๊ยบเหมือนแช่เย็นเลย หวานอร่อยดี

Photobucket

คุณหวงเห็นเราซื้อสตรอเบอรี่มาก็ถามว่า ซื้อมาเท่าไหร่ พอบอก 10 หยวน แกก็บอกว่า

'เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปซื้อที่ที่ถูกกว่านี้ แถมลูกใหญ่กว่านี้อีก'

โอเช จะตั้งตารอจ้า

Photobucket

บรรยากาศก็สงบสบายมากๆ เหมือนเข้ามาเยี่ยมหมู่บ้านเล็กๆ สักที่ตามต่างจังหวัด มีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และเกสเฮาท์บ้าง แต่ก็ไม่อึกทึก เปิดเพลงชิลๆ สบายๆ เข้ากับอากาศช่วงบ่ายๆ เย็นๆ แบบนี้จริงๆ

นอกจากร้านพวกนี้ ธุรกิจอย่างหนึ่งที่เหมือนจะเริ่มเฟื่องฟูคือ

Photobucket

สตูดิโอถ่ายรูปเวดดิ้งค่ะ

ถ่ายสวยจริงๆ แค่วิวก็กินขาดละ

.

Photobucket

นี่ก็เป็นบ่าวสาวคู่หนึ่งที่มาถ่ายเวิดดิ้งกันในซู่เหอ ได้บรรยากาศดีน้อ...

.

Photobucket

หุ่นสำริดที่เห็นได้ทั่วไป ทำเป็นรูปคนหลากหลายวันทำกิจกรรมต่างๆ

.

Photobucket

เราใช้เวลาละเลียดเลียบเดินอยู่ในซู่เหอจนเย็น แล้วจึงจากมาด้วยความดีใจปนเสียดาย ดีใจที่ได้มาเดินเที่ยวเพลินโดยไม่ได้วางแผนไว้ เสียดายที่ไม่ได้มีเวลาเดินเที่ยวให้นานกว่านี้ แต่เรายังไม่ได้ไปสระมังกรดำกับเดินลี่เจียงกู่เฉิง ดังนั้นจึงจำใจต้องบอกลาหมู่บ้านเล็กๆ แสนสงบแห่งนี้แล้วนั่งรถกลับเข้าตัวเมืองกัน

.

.

  

เที่ยวลี่เจียงวันนี้ยังไม่จบนะค้า

แต่มันยาวโคตๆ (แถมเนตเจ๊งอีก ใช้เวลาอัพก็ชั่วโมงครึ่งแล้ว)

ไว้จะมาต่อตอน 4 ไปเที่ยวลี่เจียงกู่เฉิงกับสระมังกรดำกันจ้า

 

edit @ 22 Jun 2009 13:01:50 by อคาชา+นะโอ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อูยยย จามรีน่ารักมากกก อยากลูบเล่นจังเลยค่ะโอคูงงง

ท่าทางปู่ดี๊ด๊าฮัลเลวังกามากเลยค่ะ 555+ แต่ว่าแข็งแรงอย่างโอคุงยังไม่ยอมปล่อยกระป๋องออกซิเจนเลยแฮะ ถ้าเป็นยายดาล่ะก็ คงหงายหลังล้มแผละตั้งแต่ลงจากเคเบิลคาร์แหงๆ TwT)

รออ่านตอนที่ 4 อยู่นะค๊า~ cry

Hot! Hot!

#1 By Dahlia on 2009-06-17 19:38

เห็นท่าสูดอ็อกซิเจนแล้วกลัว
เดี้ยนไปทริปนี้ไม่ได้แหงมๆๆๆๆ

#2 By toy_ting on 2009-06-17 22:50

สุดยอดเลย จามรี ลูกท้อ~~ Hot! Hot!

โฮกกกก น่าสนุกจัง~ อยากลองกินลูกท้อที่ล้างน้ำเย็นเจี๊ยบบ้าง อยากลองลวนลามจามรี

เรื่องออกซิเจน เกี่ยวกับเรื่องเลือดค่า คนที่มีการไหลเวียนเลือดดี กินน้ำเก่งจะไม่เป็นไร แน่นอนว่าต้องกินข้าวด้วย เพื่อการขับเคลื่อนที่ดี นอนน้อย หรือเครียดอยู่ก็จะแย่เร็วค่ะ confused smile

แต่บางคนก็ไม่เป็นอะไรนะ อย่างพวกที่เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวบ่อยๆ 5555

#3 By หมาต่ายโทเม on 2009-06-18 01:24

อยากไปเที่ยววววว
(แต่ไม่อยากเดินแบบน้านนนน )

#4 By dearchan on 2009-06-18 06:09

วันนั้นปู่ดี๊ด๊าจริงๆนั่นแหละ วิวสวยมาก ถ่ายรูปสนุกสุดๆเลย แต่ตอนเดินขึ้นเขาก็เหนื่อยเหมือนกันนะ อากาศบางมากเลยdouble wink

#5 By ปู่เอง (58.8.24.28) on 2009-06-18 09:49

เห็นหน้าตัวเองแล้วสยองเกือบปิดหน้านี้ทิ้งแน่ะ

ว่าแต่ สงสัยมาตั้งแต่โน่นแล้ว
ตกลงมันเรียก attitude sickness หรอ
เรานึกว่า altitude นี่นะ


ครึ่งเช้านี่ออกจะสนุก ไหงเขียนซะระทมอย่างนี้ละแกรconfused smile นึกถึงไป๋สุ่ยฯแล้วสงสารจามรีไม่หาย แววตาหมดความใยดีกับชีวิตมาก

#6 By แห-ม่ม (58.64.65.134) on 2009-06-18 11:13

สวยมากเค้อ Hot! Hot!
แอบประทับใจกระป๋องออกซิเจนค่ะ wink ท่าทางข้างบนจะหายใจลำบากจริงๆ

#7 By Schiz...Np on 2009-06-18 22:25

*O*,, ลูกทัวร์ทริปนี้นี่แอบถึกนะคะ Hot! Hot! Hot!
(ชอบค่ะ เล่าได้ละเอียดดี อ่านไป ยิ้มไป)

แค่ดูวิวหนูก็หอบแล้วค่ะ =[]=" คงซัดออกิเจนตั้งแต่แรกๆเลยละ
จามรีน่ารัก น่ากอดด + อยากกินลูกท้อ *Q* น้ำลายไหลๆๆ
ดูเหมือนปู่ จะยังคงดี๊ด๊าตลอดทางเลย เพรางั้น วันต่อๆไปคง สบมยห. ^--^

ป.ล. ถ้าไปที่ไหน ไม่ได้เข้าส้วมนี่ถือว่าไปไม่ถึงที่หรือเปล่าคะ surprised smile
กำลังคิดว่าจะไปเดือนสิงหา แต่เห็นหิมะน้อยๆ แล้วค่อยไปตอนธันวาก็คงดี...

#9 By (203.155.72.217) on 2009-07-20 07:54