เรื่องของจูเลียตกับโรมิโอลา ตอน 1.2 บุตรแห่งมอนตาคิว
posted on 12 Jan 2009 17:49 by acacha-nao in Tea-Menu.
ยังคงเลือกชื่อเรื่องหลักไม่ได้ เอาชื่อนี้ไปก่อนเด้อ
ตอนนี้สั้นๆ เพราะเป็นช่วงครึ่งหลังค่ะ
.
เรื่องของจูเลียตกับโรมิโอลา
ตอน 1.2
.
เจ้าบ้านมองตาคิวรุ่นที่ 18 มองดูบุตรสาวคนเดียววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
เด็กสาววิ่งเข้ามากอดคอเขาราวกับเด็กเล็ก
“ท่านพ่อ! ข้ามาแล้ว”
เสียงอ้อนอย่างพยายามเอาอกเอาใจ ทำให้ผู้เป็นพ่อคลี่ยิ้มขยี้ผมสีน้ำตาลนั้นอย่างเอ็นดู
“ไงเจ้าลูกลิง ออกไปไหนมาแต่เช้า ให้คนไปตามตั้งนานสองนานก็ไม่มา”
“ข้าไปตลาดมา” โรมิโอลาบอกพลางขยิบตาให้คาร์โลซึ่งเดินตามหลังเข้ามาในห้อง ท่านมองตาคิวมองเห็นกิริยานั้นพอดี เขาเอ่ยทักชายหนุ่มผู้มาใหม่
“เจ้านี่ไปมีเรื่องกับใครเขาอีกแล้วล่ะสิ ใช่ไหมคาร์โล?”
ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเพียงแต่ยิ้มน้อย ๆ ท่านมองตาคิวดูท่าทางก็รู้ จึงได้แต่ถอนใจเฮือกพลางมองบุตรสาวที่เสไปเดินดูรูปภาพภายในห้อง สายตาผู้เป็นพ่อพิจารณาดูร่างสูงเพรียวที่ดูทะมัดทะแมงด้วยเสื้อและกางเกงแบบชายหนุ่ม ซ้ำยังคาดดาบเล่มยาวไว้ที่เอว ทำให้ต้องเอ่ยออกมา
“เจ้าเป็นสาวแล้วนะ โรมิโอลา เลิกแต่งตัวแบบนี้ แล้วก็เลิกไปหาเรื่องคนอื่นเขาเสียที”
อีกฝ่ายตอบโดยไม่หันกลับมามอง
“อย่าบ่นเลยท่านพ่อ ข้าฟังหลายร้อยรอบจนจะท่องได้อยู่แล้ว”
“แล้วอย่างนี้เจ้าจะเป็นเจ้าสาวที่ดีได้ยังไง”
ผู้เป็นพ่อครวญ คราวนี้โรมิโอลาหัวเราะคิก “ข้าก็ไม่แต่งงานไงท่านพ่อ ข้าจะอยู่เป็นทายาทมองตาคิวรุ่นที่ 19 แทนท่าน”
ดวงตาสีอัลมอนต์ยังคงพิจารณารูปภาพบนผนังโดยไม่สนสีหน้าเหนื่อยใจของผู้เป็นบิดา
ภาพของโรมิโอกับจูเลียตพลอดรักกันที่ระเบียงท่ามกลางแสงจันทร์นวลเป็นฉากที่ศิลปินชาวเวโรนานิยมมากที่สุด และได้เห็นกันจนชินตาจากงานศิลปะแขนงต่างๆ ตั้งแต่ภาพเขียนสีน้ำมัน รูปสลัก รูปปั้น กระจกสีในโบสถ์ ไปจนถึงลายผ้าไหมทอมือที่ใช้ประดับผนัง แต่ภาพวาดที่อยู่บนผนังนี้กลับสะกดสายตาได้อย่างประหลาด ชนิดที่โรมิโอลาซึ่งไม่ใช่ศิลปิน และไม่เคยคิดสนใจงานศิลปะมาก่อนยังมองออกว่า คนวาดภาพฝีมือใช่ย่อย
จูเลียตที่ยืนอยู่บนระเบียงกำลังโน้มตัวลงไปหาโรมิโอซึ่งกำลังปีนขึ้นมา ร่างน้อยในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์เอนอ่อน ใบหน้าหวานซึ้งมีทั้งแววยินดีและหวาดหวั่นระคนกันอยู่ในดวงตา ขณะที่ใบหน้าของโรมิโอซึ่งกำลังยืดตัวขึ้นไปหานั้นกลับร้อนแรงด้วยไฟรัก
แสงจันทร์เพ็ญที่อยู่มุมบนของภาพทอประกายจ้า ตัดกับเงามืดของเครือเถาวัลย์ด้านล่าง ดูราวกับเป็นนิมิบอกเหตุดีร้ายในคราวเดียว
พูดได้ว่า คนวาดภาพเข้าใจใช้ฉากสื่ออารมณ์ของเรื่องได้อย่างชาญฉลาด
“รูปนี้ได้มาใหม่เหรอ ใครวาดเนี่ย? สวยดี”
“ลูกชายท่านคาปูเล็ต คู่หมั้นของเจ้า”
ท่านมองตาคิวตอบเสียงเอื่อย
“อ้อไม่ยักรู้ว่าตระกูลหยิบหย่งนั่นมีศิลปินด้วย....เดี๋ยว! ท่านพ่อว่าไงนะ”
เด็กสาวหันขวับกลับมาหาบิดาทันควัน ดวงตาเรียวเบิกกว้างทันควัน
“พ่อพูดว่า ลูกชายคนเล็กของท่านคาปูเล็ต ‘คู่หมั้นของเจ้า’ เป็นคนวาดรูปนั้น”
“ท่านพ่อ!!!!”
ผู้อ่อนวัยกว่าร้องเสียงหลง ก่อนจะนิ่งตะลึงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่ผู้เป็นบิดาทราบดีว่า อีกไม่กี่อึดใจพายุใหญ่คงจะโถมเข้าใส่เป็นแน่ ท่านจึงรีบเดินเข้าหาบุตรสาว มือหนาลูบศีรษะนางเบาๆ พร้อมกับอธิบาย
“พ่อกับท่านคาปูเล็ตตกลงกันไว้ตั้งแต่เจ้าเกิด ตอนนั้นแม่ของเจ้าก็เห็นดีด้วย ท่านคาปูเล็ตยังยอมให้ลูกชายคนเล็กแต่งเข้าตระกูลเราด้วยนะ มองตาคิวจะได้มีทายาทสืบทอดต่อ”
“ทายาทของท่านก็คือข้าไง! แล้วยังคาร์โลอีกคน”
โรมิโอลาร้องอย่างดื้อดึง ใบหน้านวลหันไปยังชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบอย่างขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับยืนนิ่งทำหน้าเฉยจนผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวงอน หันขวับกลับมาส่งเสียงค้านหนักแน่น
“ข้าไม่ต้องการคู่หมั้น! ข้าไม่ต้องการแต่งงานกับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกเจ้ายศอย่างคาปูเล็ต!”
ท่านมองตาคิวเดินเข้ามาโอบบ่าของบุตรสาว สายตามองไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนห่างออกไปเล็กน้อย
ฝ่ายคาร์โลดูเหมือนจะเข้าใจ เขาพยักหน้ารับคำสั่งนั้นทันควัน “งั้นข้าขอตัวกลับไปเข้าเวรก่อนนะขอรับ พี่ไปนะโรมิโอลา” ประโยคสุดท้ายหันมาบอกลาเด็กสาว
จนเมื่อร่างสูงก้มศีรษะลาเจ้าของบ้านและเดินออกจากห้องไปแล้ว ท่านมองตาคิวจึงหันมาเอ่ยกับบุตรสาวคนเดียวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คาร์โลเป็นเด็กดีสมกับที่บ้านเรารับมาเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก...”
ชายชราถอนใจเบาๆ อย่างแสนเสียดาย “...แต่ยังไงเขาก็เป็นคนนอกนะโรมิโอลา”
เมื่อเห็นว่าคนฟังยังทำหน้างอไม่หาย ผู้เป็นบิดาลูบศีรษะทุยอย่างเอาใจ
“เจ้าลองไปพบลูกชายท่านคาปูเล็ตเสียก่อนเถอะ ได้ข่าวว่าเก่งนัก นักปราชญ์ในวังยังยอมรับ แถมหน้าตาดีจนสาว ๆ ติดกันเกรียว”
ใบหน้าเนียนขาวยิ่งบึ้งหนักขึ้นไปอีก
“ข้าไม่สนพวกหนอนหนังสือหน้าตาดีหรอก!”
เด็กสาวกระแทกเสียงพลางเดินลิ่วออกจากห้อง
“โรมิโอลา วันเสาร์นี้ท่านหญิงคาปูเล็ตจะมีงานเลี้ยง เจ้าไปกับพ่อนะ”
ท่านมองตาคิวร้องบอกตามหลัง แต่เจ้าของร่างโปร่งบางไม่ได้รับคำสักนิด นางร้องเรียกคนรับใช้เสียงดังลั่นอย่างหัวเสีย
“เปาโล ข้าจะฝึกดาบ ไปตามองครักษณ์ของท่านพ่อมา!”
edit @ 12 Jan 2009 18:05:33 by อคาชา+นะโอ
*-* ปลื้มค่า มากๆ

#1 By โปรแกรมบัญชี (58.9.163.6) on 2009-01-12 23:08